รถราง พาหนะยอดนิยมในอดีต

รถราง เป็นพาหนะชนิดหนึ่งคล้ายกับรถไฟใช้วิ่งเฉพาะบนรางแต่มีขนาดเล็กกว่าและเบากว่ารถไฟ รถรางส่วนใหญ่ใช้เพื่อสัญจรในพื้นที่ถนนขนาดเล็กของเมือง หรือในพื้นที่ที่รถยนต์อาจไม่สามารถเข้าถึงได้ รวมถึงมีความสะดวกต่อการขนส่ง รถรางยังมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า รถไฟรางเบา  หรือ Light rail รถรางในอดีตนั้นถือว่าเป็นพาหนะที่ใช้ในการขนส่งคมนาคมที่นิยมมากในสมัยนั้น เนื่องจากสามารถเดินทางสะดวก รวดเร็วและปลอดภัย ซึ่งต่อมามีบริการรถโดยสารสาธารณะเข้ามาทำให้รถรางลดความนิยมลงซึ่งรถโดยสารประจำทางมีความเร็วกว่า โดยรถรางยังคงใช้ระบบวิ่งด้วยไฟฟ้าและมีความล่าช้า  สำหรับในประเทศไทยเคยนำรถรางมีใช้ในการคมนาคมขนส่งครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2431 ในช่วงรัชกาลที่ 5 ซึ่งได้รับอธิพลมาจากตะวันตกนั่นเอง รถรางในประเทศไทยนั้นถือว่าเป็นประเทศแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่นำเข้ามาใช้ขนส่ง เริ่มแรกใช้ระบบแบบม้าลากจูงวิ่งไปตามราง ต่อมาในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2436 ได้มีการเปลี่ยนมาเป็นระบบไฟฟ้าเป็นครั้งแรกโดยวิ่งด้วยกำลังไฟฟ้า 20 แรงม้า บริการโดยบริษัทขนส่งรถรางของสหรัฐอเมริกา ซึ่งในตอนนั้นมีบริการทั้งหมด 7 เส้นทางได้แก่ บางคอแหลม, สามเสน, ดุสิต, บางซื่อ, หัวลำโพง, สีลม และปทุมวัน  ในตอนนั้นรถรางถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้บางกอกมาความเจริญรุ่งเรืองมากในสมัยนั้น ต่อมาได้มีการเพิ่มกำลังแรงม้าเป็น 40 แรงม้า เพิ่มจำนวนโบกี้เป็นคันละ 3โบกี้ รถรางขนส่งในประเทศไทยดำเนินการจนถึงครั้งสุดท้ายในวันที่ 30 กันยายน ปี 1968 […]

รถเมล์ส่อเค้าวิกฤตหนักจากความเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน

ปัจจุบันความเปลี่ยนแปลงทางสังคมนั้นมีความเปลี่ยนแปลงไปมากมายของสังคมไทยในปัจจุบัน ความเจริญของบ้านเมืองมีมากขึ้น สำหรับระบบการคมนาคมของรถเมล์นั้นแม้ว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงบ้าง แต่ทว่าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมากแม้ว่าจะมีรถใหม่เข้ามาเพื่อความสะดวกสบายมากขึ้น แต่ด้วยความเจริญของบ้านเมืองที่ส่วนทางกับการบริหารการเดินรถเมล์ที่ยังคงมีปัญหาที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้มากนักโดยเฉพาะปัญหาหลักคือ การรอรถเมล์ บางสายนานกว่าปกติกลายเป็นปัญหาสำคัญในผู้คนนั้นหันมาใช้บริการขนส่งอื่นๆที่รวดเร็วกว่า เช่น รถไฟฟ้า, รถไฟใต้ดิน หรือ เรือด่วน เพื่อลดเวลาในการเดินทางกลับบ้านหรือไปทำงานในชั่วโมงเร่งด่วน ทั้งนี้บางคนจำเป็นต้องนั่งรถเมล์ประจำทางเพราะเป็นเส้นทางเดียวบางครั้งต้องประสบปัญหากับการรอรถเมล์นานๆ หรือ โบกแล้วรถไม่จอดตามป้ายทำให้ต้องเสียเวลารอรถอีกคัน ยังไม่รวมถึงรถเมล์เอกชนที่แข่งขันเพื่อทำยอดโดยสารอีก  แม้ว่าจะยังมีคนไม่น้อยที่ยังใช้บริการรถเมล์ประจำทางแต่ทว่ารถเมล์นั้นยังคงวิกฤตหนักเนื่องจากผู้คนเริ่มสนใจรถเมล์น้อยมากหากเทียบอดีตที่ผ่านมา ปัจจุบันผู้คนหันมาใช้รถยนต์ส่วนตัวมากขึ้นเนื่องจากสะดวกสบายกว่า ไม่ต้องรอรถเมล์นานๆ หรือต้องยืนเบียดเสียดกันในชั่วโมงเร่งด่วนแม้ว่าจะเจอกับปัญหารถติดที่ไม่มีทางแก้ไขก็ตามผู้คนส่วนใหญ่คิดว่าการนั่งรถยนต์ส่วนตัวยังดีกว่านั่งรถเมล์ บางคัน บางสายนั้นมีการขับเร็วและอันตรายซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุด้วยโดยเฉพาะรถเมล์สาย 8 ที่ขึ้นชื่อเรื่องของความเร็วและอุบัติเหตุ ปัจจุบันรัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าวเรื่อยๆมา โดยในปัจจุบันนั้นรัฐบาลได้ลงทุนขยายส่วนของระบบการขนส่งรถไฟฟ้าให้ครอบคลุมพื้นที่เขตกรุงเทพและปริมณฑลมากขึ้นเพื่อลดปัญหาการจราจร รวมถึงลดปัญหาการเดินทางของประชาชนในช่วงเวลาเร่งด่วนอีกด้วย นอกจากปัญหาดังกล่าวแล้วรัฐบาลยังคงต้องจัดการกับปัญหาอื่นๆของระบบขนส่งและการคมนาคมอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น ระเบียบรถตู้, ปัญหาแท็กซี่ไม่รับผู้โดยสาร หรือจอดแช่ ก่อให้เกิดการจราจรติดขัดตามมา , ปัญหาอูเบอร์ แม้ว่าในปัจจุบันการแก้ไขปัญหารถเมล์นั้นมีบางส่วนที่ยังแก้ไขได้ เช่น กฎห้ามวิ่งเลนขวา, ห้ามจอดเลยป้ายหรือต้องรับผู้โดยสารทุกป้าย ก็ตาม แต่หากกล่าวโดยรวมแล้วปัญหาของรถเมล์นั้นยังน้อยกว่ามากเทียบการระบบขนส่งรถไฟฟ้า ซึ่งตอนนี้มีค่าใช้จ่าย ที่ค่อนข้างแพงจนเกินไปโดยเฉพาะรถไฟฟ้า BTS ที่มีการขึ้นค่าโดยสารทุกปีจนทำให้ผู้ใช้เริ่มหันไปใช้บริการขนส่งอื่นมากขึ้น หรือเริ่มหันมาใช้รถยนต์ส่วนตัวมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งหากเทียบกับค่าน้ำมันกับค่าโดยสารแต่ละเดือนแล้วแทบไม่ต่างกันเลย  ทั้งนี่เราคงต้องมาดูกันในอนาคตว่ารัฐบาลจะสามารถแก้ไขปัญหาการคมนาคมขนส่งได้มากแค่ไหน

ที่สุดของรถเมล์

ต้องบอกเลยว่าเรื่องราวของรถเมล์นั้นยังคงมีเรื่องราวที่นำมาฝากกันมีอยู่อย่างแน่นอน เป็นการคมนาคมขนส่งที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างช้านานแล้ว คนทุกเพศทุกวัยต้องเคยสัมผัสกับทุกๆอย่างของรถเมล์มาแล้ว แน่นอนหลายคนต้องประสบพบเจออย่างแน่นอนกับปัญหาเกี่ยวกับรถเมล์อย่างแน่นอนวันนี้เรานำเสนอเรื่องของที่สุดของที่สุดบนรถเมล์กันนะครับ เรามาเริ่มสายรถเมล์สายแรกเลยดีกว่า เป็นสายหยิ่งที่สุดเลย กับสาย 510 หรือ ปอ.10 แน่นอนหลายคนก็คงต้องกับคนขับรถทีขับรถแบบว่าไม่สนใจใครเลย ไม่จอดรับอีกด้วย ปัจจุบันนี้บอกเลยว่าได้เปลี่ยนเส้นทางแล้ว วิ่งแค่ตลาดไท มธ.รังสิต รังสิต อนุสาวรีย์ชัย อีกสายบอกเลยว่า สายนี้เป็นสายที่พูดถึงเรื่องราวของความเร็วและซึ่งที่สุดในประเทศ แน่นอนว่าคนขับบอกเลยเป็นมือสมัครเล่นที่ทำให้หลายหวาดผวากันเลยทีเดียว แน่นอนว่ายังมีการเรียงสีตามความอันตราย ได้แก่ น้ำเงิน ไม่มากแบบน้องใหม่ สีชมพูระดับอภิมหาอลังการงานสร้าง ผ่านงานมาอย่างโชกโชน  สีเขียว ก็เป็นระดับตำนาน มือโปรรถบเมล์ เราก็ต้องมาทำความรู้จักกับรถเมล์สายที่วิ่งยาวที่สุดอย่าง สาย 506 พระประแดง-ปากเกร็ด ที่ต้องบอกเลยว่าวิ่งยาวที่สุดอย่างแท้จริง เริ่มจาก สมุทรปราการ กรุงเทพ และนนทบุรี รถเมล์สายนี้สามารถพาเที่ยวชมรอบเมืองกรุงเทพได้อีกด้วย ต่อด้วยรถเมล์สายปอ.157 เป็นรถเมล์ที่ผ่านโรงพยาบาลมากที่สุดเลยก็ว่าได้ ทั้งศิริราช รามาธิบดี ราชวิถี พระมงกุฎ โรงพยาบาลเด็ก  โรงพยาบาล เปาโล โรงพยาบาล พญาไท 3โรงพยาบาลเพชรเกษม โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ บางแค โรงพยาบาลบุญญาเวช ไปจนถึงโรงพยาบาลวิชัยเวช […]

ตราสัญลักษณ์องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ใช้ตราสัญลักษณ์มาแล้วสามรูปแบบ กล่าวคือ นับแต่เริ่มก่อตั้งบริษัท มหานครขนส่ง จำกัด ในปี พ.ศ. 2518 ใช้ตราสัญลักษณ์เป็นภาพวงกลม ซึ่งมีเส้นรอบวง เป็นสีแดงขอบหนา มีแถบรูปหกเหลี่ยมสีน้ำเงินเข้มคาดทับ ตามแนวขวางในส่วนกลางของวงกลม บนแถบดังกล่าว มีตัวอักษรสีขาวเป็นชื่อบริษัทว่า มหานครขนส่ง เมื่อเปลี่ยนรูปแบบมาเป็นองค์การฯ ก็เปลี่ยนข้อความบนแถบเป็นชื่อ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ โดยใช้มาจนถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2535 จึงเปลี่ยนใช้ตราสัญลักษณ์ใหม่ เป็นภาพวงรีสีเขียวขอบหนา ปลายทั้งสองวางตามแนวบนขวาไปล่างซ้าย มีอักษรย่อขององค์การฯ ขสมก สีน้ำเงิน เอนไปทางขวา คาดทับตามแนวขวางในส่วนกลางของวงรี เนื่องจากแบบเดิม มีลักษณะคล้ายกับ ตราสัญลักษณ์ของรถไฟใต้ดินลอนดอน โดยเริ่มปรากฏบนรถโดยสารบางส่วน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ปีเดียวกัน หลังจากนั้น ขสมก.ก็ทยอยเปลี่ยนตราสัญลักษณ์ ที่แสดงบนรถโดยสาร กระทั่งราวต้นปี พ.ศ. 2536 จึงดำเนินการแล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์ และจึงเริ่มใช้ตราสัญลักษณ์นี้อย่างเป็นทางการ โดยใช้ตราสัญลักษณ์รูปแบบดังกล่าว มาจนถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2557 […]

การรวมตัวของบริษัทขนส่ง

หลังจากการที่รัฐปล่อยขายรถได้ไม่นานก็เกิดปัญหารถขึ้นสงวิ่งไม่เป็นระเบียบครั้นในเดือนกันยายน 2518 ในสมัยรัฐบาล หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรี จึงได้มีมติของคณะรัฐมนตรี ให้รวมรถโดยสารประจำทางในกรุงเทพมหานคร เป็นบริษัทเดียว เรียกว่า บริษัทมหานครขนส่ง จำกัด เป็นรูปรัฐวิสาหกิจประเภทบริษัท จำกัด มีรัฐถือหุ้นอยู่ 51% และเอกชนถือหุ้น 49% แต่การรวมและการจัดตั้งเป็นบริษัทมหานครขนส่ง จำกัด ในขณะนั้นมีปัญหาบางประการ ในเรื่องของกฎหมายการ จัดตั้งในรูปแบบ ของการประกอบกิจการขนส่ง ดังนั้น ต่อมาในสมัยรัฐบาลของ หม่อมราชวงศ์ เสนีย์ ปราโมช จึงได้ออกพระราชกฤษฎีกา การจัดตั้งเป็นองค์การขอรัฐให้ชื่อว่า “องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ” เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2519 โดยรวมกิจการรถโดยสารทั้งหมด จากบริษัทมหานครขนส่ง จำกัด มาขึ้นอยู่กับ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ ประเภทกิจการสาธารณูปโภค สังกัดกระทรวงคมนาคม มีภารกิจ และขอบเขตความรับผิดชอบ ในการจัดบริการ รถโดยสารประจำทางวิ่งรับ-ส่งผู้โดยสาร ในเขตกรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียง 5 จังหวัด คือ นนทบุรี ปทุมธานี […]

กำเนิดรถโดยสารเอกชน

ก่อนที่จะมีรถบรรทุกขึ้นส่งทางเอกชนนั้นก็เกิดสงครามโลกขึ้นเป็นครั้งที่2ไทยก็เป็นอีกประเทศที่ได้รับผมกระทบทางไทยต้องซื้ออาวุธและรถเครื่องขนส่งเป็นจำนวนมากเพื่อป้องกันตัวเองจากประเทศมหาอำนาจต่างที่ต้องการมาหวังผลประโยชน์จากเราหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทางราชการได้ขายรถบรรทุกให้เอกชน เป็นจำนวนมาก ซึ่งเอกชนได้นำรถบรรทุก มาดัดแปลงเป็นรถ โดยสารประจำทาง มีการเลือกเส้นทางเดินรถเอง โดยไม่ให้ซ้ำกับ เส้นทางที่มีรถรางวิ่งอย่างเสรี จึงก่อให้เกิดการแข่งขันกันขึ้น รัฐบาลจึงได้ออก พระราชบัญญัติ การขนส่ง ในปีพุทธศักราช 2497 มาควบคุม โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการรถ โดยสารประจำทาง ต้องขอรับใบอนุญาตประกอบการขนส่งและ ในระยะหลังๆ การให้บริการรถเมล์ชักจะเกิดความสับสน มีการเดินรถทับเส้นทางกันบ้าง แก่งแย่งผู้โดยสารกันบ้าง การให้บริการของแต่ละ บริษัทก็ไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ปล่อยให้มีการเดินรถอย่างเสรี ทำให้เกิดปัญหา ความคับคั่งของ การจราจร เนื่องจากจำนวนรถ ในท้องถนนมีมากกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งผลเสียทั้งหมดตกอยู่กับ ผู้ใช้บริการทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการ ได้ประสบปัญหา ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาน้ำมัน ในตลาดโลกได้เพิ่มสูงขึ้น อย่างฉับพลัน ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2516 เป็นต้นมา แต่ผู้ประกอบการ ไม่สามารถจะปรับอัตราค่าโดยสาร ให้เพิ่มขึ้นในอัตราสมดุลกับราคาน้ำมันได้ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้นจึงเป็นผลให้ หลายบริษัทเริ่มประสบกับปัญหา การขาดทุน บางบริษัทก็มีฐานะทรุดลงจนไม่สามารถ จะรักษาระดับบริการที่ดี แก่ประชาชนต่อไปได้ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของการรวมรถ โดยสารประจำทางต่างๆ […]

รถเมล์โดยสารสามล้อ

หลังจากที่ทางประเทศไทยได้รับเอาวัฒนธรรมชาติตะวันตกเข้ามาประเทศไทยจึงต้องทำการปรับตัวเข้าหาโดยอยากแรกที่ต้องทำเลยก็คือการสร้างเส้นทางคมนาคมให้รถของชาวตะวันตกสามารถวิ่งได้สะดวกและเป็นปัจจัยที่ทำให้เส้นทางคมนาคมของไทยพัฒนาได้อย่างรวดเร็ดจนมีรถยนต์ที่ใช้ เป็นรถโดยสารประจำทางครั้งแรกมี 3 ล้อ ขนาดเท่ากับ 1 ใน 3 ของรถโดยสารประจำทาง ในปัจจุบัน มีที่นั่ง 2 แถว ทาสีขาว มีกากบาทสีแดง นั่งได้ประมาณ 10 คน คนทั่วไปเรียกว่าอ้ายโกร่ง เพราะวิ่งไปตามถนนมีเสียงดังโกร่งกร่าง ประชาชนได้รับความสะดวกรวดเร็ว ในการเดินทางเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย รถเมล์จึงขยายตัวอย่างกว้างขวาง ออกไปทั่วกรุงเทพฯ ในนามของบริษัท นายเลิศ จำกัดหรือบริษัทรถเมล์ขาว การประกอบอาชีพการเดินรถ โดยสารประจำทางได้ขยายตัวขึ้น เมื่อรัฐบาลมีการสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 150 ปี พุทธศักราช 2475 พร้อมทั้งได้สร้างสะพานพระพุทธยอดฟ้าฯ เพื่อเชื่อมการคมนาคมระหว่างฝั่งพระนคร และธนบุรี ต่อมาในปี พุทธศักราช 2476 กิจการรถเมล์เริ่มเป็นปึกแผ่น ได้มีเศรษฐีชาวจีนเล็งเห็นว่า การประกอบการเดินรถโดยสารประจำทาง เป็นอาชีพที่มั่นคง และทำรายได้ดีอย่างหนึ่ง จึงได้ก่อตั้ง บริษัทเดินรถโดยสารประจำทาง ขึ้นชื่อบริษัท ธนนครขนส่ง เดินรถจากตลาดบางลำพู ถึงวงเวียนใหญ่ หลังจากนั้นได้มีผู้ลงทุน ตั้งบริษัทรถโดยสารประจำทาง เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ […]

รถโดยสารประจำทาง

  รถโดยสารประจำทาง หรือที่นิยมกันเรียกว่า รถเมล์นั้นก็เป็นระบบขนส่งมวลชน ระบบหนึ่งที่ให้บริการตามท้องถนนทั่วไป โดยมีลักษณะที่เป็นรถบรรทุก มีเบาะนั่ง ซึ่งในแต่ละครั้งนั้นก็สามารถที่จะบรรทุกผู้โดยสารได้เป็นจำนวนมากนั่นเอง โดยได้มีการกำหนดเส้นทางต่างๆ ขึ้นไว้อย่างเห็นได้ชัด เช่น สาย 68 ที่จะวิ่งตั้งแต่ แสมดำไปถึงบางลำพูนั่นเอง จำนวนผู้โดยสารนั้นในแต่ละคันก็จะมีความแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับขนาดของรถโดยสารประจำทางที่ให้บริการอยู่นั้น เช่นในประเทศเยอรมันนี นั้นก็มีรถโดยสารประจำทางที่ยาวที่สุดในโลก โดยสามารถที่จะบรรจุคนนั่งได้ทั้งสิ้น 200 คนด้วยกัน ถ้าให้เทียบคุณภาพรถโดยสารประจำทางในบ้านเรากับต่างประเทศนั้นบ้านเราก็จะต้องพัฒนาไปอีกยาวไกลให้ได้นะครับ เพราะในทุกวันนี้โลกของเราก็มีการเปลี่ยนแปลงกันอย่างต่อเนื่องนั่นเอง โดยในประเทศไทยนั้นก็มีการเรียกชื่อ รถโดยสารประจำทางมากมายหลากหลายรูปแบบนะครับ เช่น รถเมล์ รถทัวร์ รถสองแถว รถสองแถวใหญ่ หรือ รถสองแถวเล็ก ซึ่งบางครั้งก็อาจจะมีชื่อเรียกตามแต่ละพื้นที่นั่นเอง อย่างเช่นที่จังหวัดเชียงใหม่นั้นก็จะนิยมเรียกกันว่า รถแดง เนื่องจากมีสีแดงที่ดูเด่นแต่แอบมีราคาที่แพงซ้อนอยู่นั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นการเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางในบ้านเรานั้นก็ยังถือว่าได้รับความสะดวกไม่เยอะเท่าไรนะครับเนื่องจากบางสายก็ยังคงต้องรอนานมากนั่นเอง เลยทำให้ประชาชนส่วนใหญ่นิยมไปใช้รถไฟฟ้ากันมากขึ้นเนื่องจากประหยัดเวลาและรวดเร็วนั่นเองแถมถ้าซื้อจำนวนเที่ยวเยอะราคาก็จะถูกลงอีกด้วย

รถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ

   รถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ หรือ บีอาร์ที นั้นก็เป็นระบบขนส่งมวลชน รูปแบบหนึ่งที่ใช้รถโดยสาร ให้มีความบริการที่รวดเร็วเป็นอย่างมาก ซึ่งจะมีประสิทธิภาพมากกว่ารถโดยสารทั่วๆ ไป เนื่องจาก รถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษนั้น ก็จะมีลักษณะเฉพาะที่ไม่เหมือนใครโดยจะมีสถานีหยุดจอด เพื่อเป็นการรับส่งผู้โดยสาร ซึ่งในประเทศไทยนั้นก็จะมีให้พบเห็นในถนนพระราม 3 นั่นเอง การเดินรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษนั้น มีจุดมุ่งหมายให้มีคุณภาพของการบริการ ให้เทียบเท่ากับระบบรางในต่างประเทศ โดยสามารถที่จะบรรจุผู้โดยสารได้มาก และมีการจัดสร้างสถานีรวมถึงการลงทุนต่างๆ น้อยมากอีกด้วย เนื่องจากวัสดุไม่ต้องใช้มาก เลยทำให้การสร้างแต่ละสถานนี้นั้นราคาไม่แพงนั่นเอง  โดยอัตราความเร็วของรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษนั้นก็จะวิ่งอยุ่ที่ 30-45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งก็จะมีลักษณะใกล้เคียงกับรถโดยสารไฟฟ้าขนาดเบานั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นในช่วงต้นปีที่ผ่านมาทางกรุงเทพมหานครนั้น ก็มีแผนการที่จะรื้อ BRT ออกจากรถโดยสารเนื่องจากในแต่ละปีนั้นทางกรุงเทพมหานครก็ได้ขาดทุนเป็นจำนวนมากนั่นเอง แต่การหารื้อล่าสุดนั้นก็เหมือนจะมีข่าวแว่วออกมว่าตอนนี้น่าจะยังคงเปิดใช้บริการปกติอีกต่อไปนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษก็ถือเป็นอีกหนึ่งสายที่มีความรวดเร็วเป็นอย่างมาก นอกจากจะเร็วแล้วก็ยังคงมีความสะดวกต่อการเดินทางไปไหนมาไหนอีกด้วยนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้น BRT บ้านเราก็ยังคงได้รับความนิยมอยู่มากเช่นกัน ในแต่ละวันก็มีประชาชนเข้ามาใช้บริการกันอย่างต่อเนื่อง

บริษัท ขนส่ง จำกัด

  บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. ก็ถือเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งก็ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2473 โดยในสมัยก่อนนั้นก็ได้ใช้ชื่อว่า บริษัท เดินอากาศ จำกัด และก็ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น บริษัท ขนส่ง จำกัดจนถึงทุกวันนี้ โดยมีหน้าที่ที่บริหารจัดการในด้านบริการขนส่งผู้โดยสารไปตามภูมิลำเนาต่างๆ จากสถานีกรุงเทพ นั่นเอง การเดินทางด้วยรถ บขส. ในสมัยก่อนนั้นก็อาจจะไม่ค่อยจะโอเคสักเท่าไร เนื่องจากมีสภาพรถที่ไม่เอื้ออำนวยกับการเดินทางมากนั้น เลยทำให้บริษัทเอกชนต่างๆ ต่างก็ระดมโปรโมชั่นกันมาเป็นแถวทำให้คนส่วนใหญ่นั้นนิยมหันไปใช้บริการของบริษัทเอกชนไปเป็นจำนวนมากนั่นเอง เลยทำให้ช่วงนั้นบริษัท ขนส่งถึงกับขาดทุนก็มีเช่นกัน แต่ในปัจจุบันนั้นบริษัทขนส่ง ก็ได้ทำการพัฒนาและปรับปรุงตัวรถใหม่ทั้งหมด ซึ่งให้สอดคล้องกับความทันสมัยและสภาพปัจจุบัน ซึ่งในตอนนี้ บริษัท ขนส่ง จำกัด ก็มีหน้าที่ที่ต้องคอยดูแลบริษัทรถเอกชนทั้งหมด จัดให้มีความเป็นระเบียบและมีความเรียบร้อย รวมทั้งการบริการในด้านสถานีของผู้โดยสาร โดยในปัจจุบันนั้นในประเทศไทย ก็ได้มีขนส่งในกรุงเทพมหานครมากถึง 3 สถานีด้วยกัน ได้แก่ สถานขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) สถานขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (เอกมัย) สถานขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (ถนนบรมราชชนนี) ซึ่งตามภูมิภาคต่างๆ ก็มีมากมายหลายสาขาเช่นกัน เลยทำให้การเดินทางกับ บขส. ในตอนนี้นั้นประชาชนส่วนใหญ่ก็จะได้รับความสะดวกสบาย กันเป็นอย่างมากเลยนะครับ […]